ทำยังไงดีอยากวิ่งฟูลมาราธอนแต่กลัวไม่ทัน Cutoff 

ทำยังไงดีอยากวิ่งฟูลมาราธอนแต่กลัวไม่ทัน Cutoff 

ทำยังไงดีอยากวิ่งฟูลมาราธอนแต่กลัวไม่ทัน Cutoff 

หนึ่งปัญหาของนักวิ่งที่อยากลงฟูลมาราธอน ก็คือกลัวเข้าเส้นชัยไม่ทันเวลาหรือว่า Cutoff (คัตออฟ) โดยทั่วไปแล้วการวิ่งมาราธอนให้เข้าเส้นชัยก่อน คัตออฟ โดยการวิ่งมาราธอนบ้านเราส่วนมาก ก็จะกำหนดเวลาไว้ไม่เกิน 6-7 ชั่วโมง  นั่นนอกจากเราจะสามารถวิ่งได้นานเวลาก็ต้องดีอีกด้วย  ทำยังไงดีอยากวิ่งฟูลมาราธอนแต่กลัวไม่ทัน Cutoff  เราได้นำวิธีวิ่งให้ไกล พร้อมกับได้เวลาที่ดีมาบอกกัน

เพิ่มความเข้มข้นในการฝึกซ้อม

หลายคนเมื่อนึกถึงระยะทางและเวลาก็ท้อเสียแล้ว ทั้งที่ยังไม่พยายาม จริงอยู่การวิ่งให้ไกลและเร็วขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้วิธีก็คือ ค่อยเป็นค่อยไป ค่อย ๆ เพิ่มความเร็ว สมมุติว่าหากโดยปกติวันที่ซ้อมวิ่งยาวคุณวิ่งด้วย pace 8 ในระยะทาง15 กม. คุณลองเปลี่ยนเป็น วิ่งยาวด้วย pace 8 ในระยะทาง 12 กม. แล้ววิ่ง pace 7-7.5 ใน2-3 กม. สุดท้าย แล้วสัปดาห์ก็เพิ่มระยะไปอีกอาจจะเป็น ช่วง 5 กิโลเมตรสุดท้ายไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็จะวิ่งได้เร็วกว่าเดิมโดยที่ไม่รู้ตัวนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้วิางมีความสุขก่อน หากการเปลี่ยนระยะก้าวแล้วทำให้เราร

ฝึกซ้อมวิ่งให้หลากหลายรูปแบบ

การจะเพิ่มความเร็วนั้น ยังต้องอาศัยการฝึกซ้อมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ร่างกาย และกล้ามเนื้อหัวใจทนต่อการบีบคั้น ไม่ว่าจะเป็นการเทปโป้ วิ่งขี้นบันได ลงคอร์ท ฯลฯ รวมไปถึงการออกกำลังกายประเภทอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นเล่นเวท ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ซึ่งในโปรแกรมซ้อมแต่ละสัปดาห์ต้องมีความหลากหลาย

ในแต่ละสัปดาห์ต้องมีวันพักอย่างน้อย 1 วัน

การซ้อมหนักทุกวันโดยไม่มีวันพักนั้นนอกจากทำให้เราพัฒนาช้า ยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่ายเนื่องจากร่างกายของเรานั้นจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูกล้ามเนื้อข้อต่อกระดูก และเส้นเอ็นส่วนต่าง ๆ ดังนั้นในโปรแกรมซ้อมแต่ละสัปดาห์ ควรจะมีวันพัก 1วันแต่ไม่ควรเกิน 2 วัน

ใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเพื่อปรับจังหวะการวิ่ง

นักวิ่งส่วนใหญ่ไม่ชอบลู่วิ่งไฟฟ้าเพราะน่าเบื่อ แถมยังคิดว่าการวิ่งบนถนนจะสร้างความคุ้นเคยตอนลงแข่งขันได้ดีกว่า แต่รู้หรือไม่การวิ่งบนลู่วิ่ง จะช่วยปรับจะหวังการวิ่งให้มีความสม่ำเสมอ หาต้องการความหนืดเหมือนวิ่งถนนเพียงแค่ปรับองศาเพิ่มขึ้นประมาณ 2-5 องศา

นี่เป็นเพียงหลักการง่าย ๆ ที่จะช่วยให้วิ่งไกลขึ้น และมีความเร็วเพิ่มขึ้นโดยสามารถเอาไปปรับใช้กันได้ แต่จงจำไว้ว่าการวิ่งให้ดีนั้นไม่มีทางลัด ต้องค่อย ๆ ฝึกฝน แบบมีวินัยอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจแล้ว


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *