อยากวิ่งเก่งต้องรู้ หลักโภชนาการพื้นฐาน ด้านอาหารสำหรับนักกีฬาวิ่ง

อยากวิ่งเก่งต้องรู้ หลักโภชนาการพื้นฐาน ด้านอาหารสำหรับนักกีฬาวิ่ง

อยากวิ่งเก่งต้องรู้ หลักโภชนาการพื้นฐาน ด้านอาหารสำหรับนักกีฬาวิ่ง

อยากวิ่งเก่งต้องรู้ หลักโภชนาการพื้นฐาน ด้านอาหารสำหรับนักกีฬาวิ่ง สำหรับนักกีฬาวิ่งแล้ว การจะวิ่งให้ประสบความสำเร็จ และมีประสิทธิภาพได้นั้น นอกเหนือจากการเตรียมตัวในเรื่องของการฝึกซ้อมที่จะต้องทำเป็นประจำและสม่ำเสมอแล้ว เรื่องของ โภชนาการนักกีฬา และการกิน เมนูอาหารนักกีฬา ให้ถูกต้องเหมาะสมนั้น ก็ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันเลยทีเดียว ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า หากมีนักกีฬาหรือนักวิ่งคนใด ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องของโภชนาการและกินเมนูอาหารนักกีฬาต่างๆได้อย่างถูกต้องตรงกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวันแล้วล่ะก็ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้สามารถวิ่งได้อย่างแข็งแรง คงทน และประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกายรวมไปถึงกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ ตลอดจนรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆ  ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการวิ่งได้ พร้อมกันนี้ หลักโภชนาการอาหารที่ดี ยังจะเป็นการช่วยให้ระบบการทำงานต่างๆของร่างกายมีความเสถียร ตลอดจนสุขภาพร่างกาย ทั้งภายนอกและภายใน มีความสมบูรณ์แข็งแรง พร้อมสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ในแจ่ละวัน ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

3 สารอาหารสําหรับนักกีฬาวิ่ง ที่ต้องกิน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการวิ่ง

  1. คาร์โบไฮเดรต

คาร์โบไฮเดรตถือเป็น แหล่งกำเนิดหลักของพลังงานที่ร่างกายจะต้องนำมาใช้ จึงจำเป็นจะต้องมีอยู่ในอาหารทุกมื้อของนักวิ่ง ทั้งนี้ ก่อนการแข่งขันประมาณ 1 ชั่วโมง นักวิ่งควรรับประทานอาหารมื้อเล็กๆ เช่น ขนมปังโฮลวีส 1-2 แผ่น  หรือนมพร่องมันเนย สัก 1 กล่อง ก็จะถือเป็นการเติมพลังงานให้กับร่างกาย ได้ดึงออกมาใช้ในระหว่างการวิ่งได้อย่างเพียงพอแล้ว โดย คาร์โบไฮเดรตใน อาหารที่นักกีฬาควรรับประทาน นั้น ได้แก่กลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งหาได้จาก ข้าวกล้อง นม กล้วย และ เผือกเป็นต้น

  1. โปรตีน

โปรตีน เป็นอีกหนึ่ง โภชนาการอาหารที่สำคัญ ซึ่งจะทำหน้าที่หลัก ในการช่วยฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อส่วนต่างๆภายในร่างกาย ซึ่งอาจจะสึกหรอหรือถูกทำลายไป โดย ในการรับประทานโปรตีนนั้น ควรจะรับประทานร่วมกันกับคาร์โบไฮเดรต ในช่วงหลังการออกกำลังกาย 30 นาทีแรก โดยสัดส่วนที่เหมาะสมนั้นได้แก่คาร์โบไฮเดรตต่อโปรตีน 3-4:1 โดยจะต้องกำหนดให้ปริมาณของโปรตีนอยู่ที่ 20 กรัม

  1. ไขมัน

ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์ของไขมันในสายตาของหลายๆคนนั้นอาจจะดูเป็นอันตราย แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้วร่างกายของนักกีฬาแทบจะทุกชนิด ต่างก็ต้องการไขมันเช่นเดียวกัน ยังไงก็ตาม ในการรับประทานกลุ่มอาหารประเภทไขมันนั้น ควรจะต้องรู้จักควบคุมปริมาณให้พอดี รวมถึงทำความรู้จักแหล่งที่มาของสารอาหารที่นักกีฬาควรรับประทาน เช่นกลุ่มไขมันทรานส์ และ สารอาหารที่นักกีฬาไม่ควรรับประทาน เช่น กลุ่มไขมันอันตราย ให้เข้าใจอย่างถูกต้อง เพราะสารอาหารกลุ่มไขมันนี้ หากรับประทานอย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ก็จะให้ประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย แต่หากรับประทานผิดรูปแบบหรือเกินปริมาณที่เหมาะสมไป ก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมากได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ในการวิ่งนั้น หากต้องการ วิ่งเพื่อให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระยะเวลาพื้นฐานที่เหมาะสมในการวิ่ง จะอยู่ที่ประมาณ 30 – 60 นาที

หากต้องการคืนความสดชื่นและฟื้นฟูร่างกายจากการวิ่ง ควรเสริมด้วย การรับประทานอีก 2 สารอาหารสำหรับนักกีฬาวิ่ง

นอกเหนือจากคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันแล้ว ยังมีอีก 2 สารอาหารที่ควรกิน มีความสำคัญ สำหรับนักวิ่งไม่แพ้กันเลยทีเดียว ซึ่งได้แก่

  1. แร่ธาตุและวิตามิน

การได้รับแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ตรงตามที่ร่างกายต้องการ นั้น จะทำหน้าที่ในการรักษาสมดุล และช่วยส่งผลให้กับระบบการทำงาน ของอวัยวะส่วนต่างๆภายในร่างกาย มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่แล้ว นักวิ่งมักจะเลือกดื่ม เครื่องดื่มที่ให้พลังงานและแร่ธาตุต่างๆ ในกรณีที่ ร่างกายสูญเสียเหงื่อไปเป็นจำนวนมาก และร่างกายจำเป็นต้องได้รับการทดแทน ยังไงก็ตาม ในการรับประทานอาหารกลุ่มแร่ธาตุและวิตามินนี้ หากจะให้ดีแล้วควรเลือกรับประทานจากมื้ออาหารโดยตรง ก็จะเป็นการดีต่อสุขภาพร่างกายของเราได้มากกว่า การรับประทานแร่ธาตุและวิตามินจาก อาหารเสริมนักกีฬา ที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป

  1. น้ำ

สำหรับนักวิ่งนั้น การดื่มน้ำไม่เพียงแต่จะช่วยดับกระหาย และเพิ่มพลังการเผาผลาณ รวมไปถึงทำให้ร่างกายไม่ขาดน้ำเท่านั้น แต่น้ำยังช่วยคืนความสดชื่นให้กับร่างกาย ได้กลับมารู้สึกกระปรี้กระเปร่า และลดความเหนื่อยล้า ที่อาจเกิดขึ้นหลังการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ดังนั้น น้ำจึงถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่นักกีฬา ควรจะได้รับ ทั้งในช่วง ก่อนแข่ง ระหว่างแข่ง หลังแข่ง รวมไปถึงในชีวิตประจำวัน และการฝึกซ้อม อย่างที่เรามักจะเห็นได้ว่า นักกีฬาอาชีพส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีน้ำติดตัวอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *