กติกาการแข่งขันฟุตบอล การทุ่มบอล และฟรีคิก

กติกาการแข่งขันฟุตบอล การทุ่มบอล และฟรีคิก

กติกาการแข่งขันฟุตบอล การทุ่มบอล และฟรีคิก หลังจากที่ได้เอ่ยไปคร่าวกับกติการแข่งขันฟุตบอล ตอนนี้เลยจะขอพามาพบกับกติกาการแข่งขันฟุตบอลที่เหลืออยู่ว่ามีอะไรกันบ้าง

     1.  อันแรกคือการทุ่ม
การทุ่มคือการที่ลูกฟุตบอลออกจากสนามในเส้นด้านข้าง ซึ่งฝ่ายที่ทำบอลออก จะต้องเสียลูกทุ่มให้ฝ่ายตรงข้าม การทุ่มจะต้องยกมือและลูกบอลขึ้นเหนือศีรษะทุกครั้ง ซึ่งหากมีการทุ่มผิดเกิดขึ้น กรรมการจะสั่งให้เปลี่ยนฝั่งทุ่มทันที ส่วนการเตะมุมนั้นจะเตะกันตรงมุมธงโดยมีเส้นกำกับไว้ให้เอาลูกบอลวางอยู่ในบริเวณเส้นนั้นห้ามให้ลูกบอลเกินออกมานอกเส้นอย่างเด็ดขาด


     2. อย่างต่อมาคือการเล่นลูกฟรีคิก

 เมื่อในสนามมีการทำฟาวล์เกิดขึ้น  กติกาการแข่งขันฟุตบอล การทุ่มบอล และฟรีคิก ฝั่งที่ถูกทำฟาวล์จะเป็นฝ่ายได้เล่นลูกฟรีคิก ซึ่งจะตั้งตรงจุดที่ทำฟาวล์ โดยลูกฟรีคิกจะเป็น 1 จังหวะ 2 จังหวะ 1 จังหวะคือผู้เล่นจะต้องเปิดบอลเข้ามาเลย แต่หากเป็น 2 จังหวะผู้เล่นสามารถเขี่ยบอลให้เปลี่ยนจุด หรือวิ่งหลอก หรือจะยิงเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้เล่นเอง และกำแพงนั้นจะต้องอยู่ห่างจากลูกบอลเป็นระยะ 10 หลาด้วยกัน และทุกครั้งจะต้องฟังนกหวีดจากกรรมการถึงจะเริ่มเล่นได้ แต่ถ้าหากมีการทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ฝั่งที่ทำฟาวล์จะต้องเสียลูกโทษที่จุดทันที

 

กติกาการแข่งขันฟุตบอล การทุ่มบอล และฟรีคิก ฝั่งที่ถูกทำฟาวล์จะเป็นฝ่ายได้เล่นลูกฟรีคิก ซึ่งจะตั้งตรงจุดที่ทำฟาวล์ โดยลูกฟรีคิกจะเป็น ลูกโทษ กรรมการ การล้ำเส้น

      3. ต่อไปเป็นการล้ำหน้า

ยกตัวอย่าง A ไปยืนอยู่หลังแนวรับคนสุดท้ายของฝั่ง B ซึ่งหากมีคนส่งบอลให้ A จะกลายเป็นล้ำหน้าทันที แต่ถ้าในกรณีที่ B บุกไปขึ้นอยู่ในฝั่ง A ทั้งหมดและ A อยู่หลังแนวรับคนสุดท้ายของ B ซึ่งอยู่ในแดนของ A หากมีคนส่งบอลมาให้จะไม่ถือว่าเป็นการล้ำหน้า เพราะ A ยังอยู่ในแดนของตัวเองอยู่

       4. ทีนี้มากันที่ข้างสนาม

จะมีกรอบไว้สำหรับให้ผู้จัดการทีมและสต๊าฟฟ์มายืนคอยกระตุ้นทีมของตัวเอง ซึ่งจะไม่อนุญาตให้เลยเส้นที่กำหนดไว้ออกมา และไม่อนุญาตให้เดินไปหาเรื่องผู้จัดการทีมอีกฝ่ายเด็ดขาด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามผู้ตัดสินที่ 4 ที่จะยืนอยู่ข้างสนามตลอดเวลา และหากผู้จัดการทีมหรือทีมงานแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสมออกมา ผู้ตัดสินที่ 4 มีสิทธิ์ที่จะแจ้งผู้ตัดสินที่ 1 และผู้ตัดสินที่ 1 มีสิทธิ์ที่จะไล่ผู้จัดการทีมนั้นๆ ให้ขึ้นไปนั่งชมเกมบนอัฒจรรย์ และห้ามไม่ให้ลงมาคุมทีมจนกว่าการแข่งขันจะจบ แต่ถ้าเป็นความขั้นร้ายแรงอาจจะมีการทำโทษย้อนหลังได้

 

 5. การเปลี่ยนตัวผู้เล่นจะต้องแจ้งกับกรรมการที่ 4

จากนั้นต้องรอให้บอลตายเสียก่อนจึงจะทำการเปลี่ยนตัวนักกีฬาได้ โดยตัวสำรองจะต้องรอให้ตัวจริงวิ่งออกจากสนามไปแปะมือกันเสียก่อน ถึงจะได้รับโอกาสลงไปเล่น แต่หากในกรณีที่นักเตะบาดเจ็บอย่างหนัก ถึงขั้นต้องหาม ก็ให้อนุโลมให้ผู้เล่นสำรองลงสนามได้เลยโดยไม่ต้องแปะมือกับผู้เล่นตัวจริงแต่อย่างใด


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *