เทคนิคการเล่นกีฬายกน้ำหนัก

เทคนิคการเล่นกีฬายกน้ำหนัก

เทคนิคการเล่นกีฬายกน้ำหนัก

   เป็นกีฬาที่ต้องใช้พลังกำลังที่แรงพอสมควรและความแข็งแกร่งค่อนข้างสูง แต่ถ้าหากรู้จังหวะในการนกน้ำหนักในท่านั้นถูกต้องและปลอดภัย ละก็จะไม่จำเป็นต้องใช้แรงเกินเหตุ สำหรับคนที่ตัวเล็กที่แรงไม่มาก ก็จะสามารถยกน้ำหนักได้ที่ละมากๆ กีฬายกน้ำหนักนี้เป็นกีฬาที่เล่นได้ทั้งชาย และก็หญิง และที่สำคัญถ้านักกีฬามีความแข็งแกร่งและมีฝีมือที่มากหน่อยก็สามารถที่จะไปแข่งชิงเหรียญทอง โอลิมปิก มาครองกันได้

    วิธีการเล่นของกีฬายกน้ำหนักและการแข่งขันนั้น  จะมีการแบ่งแยกเป็น 2 ท่า นั่นก็คือ ท่าสแนทช์ และก็ ท่าคลีนแอนด์เจอร์ด เมื่อเริ่มการแข่งทุกคนต้องทำท่าสแนทซ์สะก่อน นักกีฬาอต่ละคนจะต้องมีสิทธิ์ยกไม่เกิน 3 ครั้ง เมื่อเสร็จแล้วก็จะมีเวลาพักประมาณ 5 นาที แล้วจึงทำการแข่งขันต่อไปได้ จากนั้นให้นักกีฬาแข่งขันในท่าคลีนแอนด์เจอร์ด ทำต่ออีกคนละ 3 ครั้ง จากนั้นเป็นการตัดสินการแข่งขัน แล้วให้จัดลำดับเพื่อที่จะสร้าง รางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันที่ชนะ รางวัลจะมี 3 แบบ นั่นก็คือ รางวัลของท่านสแนทซ์ รางวัลของท่าคลีนแอนด์เจอร์ด และรางวัลของสถิติโอลิมปิกโตเติล โดยที่รางวัลที่สามจะไม่มีการจัดการแข่งขัน แต่จะนำสถิติของสองท่าแรกมาใช้เพื่อรวบรวมหาลำดับสถิติ เพื่อที่จะได้รับรางวัล ดังนั้นสรุปว่ากีฬายกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ นอกจากจะสนุกแล้ว ก็ยังมีเสน่ห์ของนักกีฬาที่ยกน้ำหนักและอยู่ที่นักกีฬาอยู่สองท่า แต่ละท่านั้นมีสิทธิ์ได้รับรางวัลหมดครับ นั้นเรามาดูเทคนิคของท่าแต่ละท่ากันเลยครับ

ท่าสแนทช์

  1.การยกท่าสแนทซ์ เป็นการที่นักกีฬาใช้มือทั้งสองข้าง จับที่คานไว้ แล้วจากนั้นดึงหรือยกขึ้นให้เป็นจังหวะเดียวกันให้แขนทั้งสองข้างได้เยียดตรงขึ้นเหนือศรีษะไว้ นักกีฬาอาจจะแยกขาออกออกจากกันเล็กน้อยและสามารถย่าข้อเพื่อที่จะมีการทรงตัวได้ เพื่อการรับน้ำหนักของบาร์เบล อยู่ในท่ายืนขึ้นให้ขาทั้งสองข้างและบาร์เบลอยู่ในลักษณะแนวตรง ถือว่าเป็นท่าที่ถูกต้องครับ

ท่าคลีนแอนด์เจอร์ด

  2.การใช้การยกท่าคลีนแอนด์เจอร์ ท่านี้จะมีส่วนประกอบอยู่ 2 ท่านั่นก็คือ 1.การคลีน เป็นการที่นักกีฬาใช้มือทั้งสองข้าง จับคาน แล้วจากนั้นยกขึ้นให้เป็นจังหวะเดียวกัน แล้วให้บาร์เบลขึ้นไปพักอยู่ที่แนวไหล่ และยืนขึ้นให้ลำตัวเป็นแนวตรง ให้อยู่ในท่านิ่งเพื่อที่จะทำท่าเจอร์  2.การเจอร์ นั้นคือท่าที่ต้องดันบาร์เบลด้วยการเหยียดแขนที่ให้เป็นจังหวะเดียวกัน ให้บาร์เบลขึ้นไปอยู่ไว้เหนือศรีษะ แต่อาจนักกีฬาจะย่อเข่า สปริงตัวแล้วเพื่อที่เท้าจะเหยียดขึ้นเพื่อเป็นแรงในการดันบาร์เบล และหลังจากนั้นก็ค่อยๆเก็บเท้าให้อยู่ในแนวเดียวกับลำตัว และบาร์เบล จะถือว่าท่านี้เป็นท่าที่ถูกต้อง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *