ปรับการก้าวเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งจริงหรือไม่

ปรับการก้าวเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งจริงหรือไม่

ปรับการก้าวเท้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งจริงหรือไม่

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ออกไปวิ่งในช่วงแรกก็เพื่อต้องการร่างกายที่แข็งแรง หรือเพื่อการลดน้ำหนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป จนวิ่งได้ไกลขึ้นแถมมีความเร็วมากขึ้น จนกระทั่งไปลงงานวิ่งสัก 1-2 งานแล้ว สิ่งที่ตามมา ก็คือ หาวิธีให้ตัวเองวิ่งเร็วขึ้น ไกลขึ้นนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นการหาตารางซ้อม อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่ง แต่อย่างหนึ่งที่นักวิ่งหลาย ๆ คน มักจะมุ่งเน้นไปก็คือการก้าวเท้านั่นเอง

การให้ความสำคัญในเรื่องการก้าวเท้า บางคนถึงกับดูคลิปนักวิ่งระดับอีลิทว่ามีการก้าวเท้าในลักษณะไหน  เพื่อเก็บไปเป็นต้นแบบไหนการวิ่ง แต่รู้หรือไม่การที่จะวิ่งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นไม่เกี่ยวกับการก้าวเท่ยาวหรือสั้น แทนที่จะเอาเรื่องนี้มาใส่ใจ เอาเวลาไปปรับปรุงฝึกซ้อมในด้านอื่นจะดีกว่า

เพราะถ้าหากอ้างอิงจาก The International Journal of Exercise Science ซึ่งได้นำเอาผลการวิจัยของ มหาวิทยาลัย Brigham Youngโดยนำนักวิ่งมือเก่า 19 คน กับหนักวิ่งที่กำลังเข้าวงการ 14 คน เพื่อดูความแต่งต่างในการก้าวเท้า ว่าเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในการวิ่งมากน้อยเพียงใด นักวิ่งทั้งหมดต้องวิ่งเป็นเวลา 20 นาที โดยเป็นการวิ่ง 3 แบบคือ ก้าวเท้าแบบปกติเป็นธรรมชาติ,ก้าวเท้ายาขึ้น, และก้าวเท้าสั่น เพื่อที่จะได้วัดระดับออกซิเจนที่ร่างกายได้รับ

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือการวิ่งโดยก้าวเท้าแบบปกติเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมือเก่าหรือมือใหม่จะให้การวิ่งเกิดประสิทธิภาพสูงที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะทางการวิ่งที่มากขึ้น การวิ่งที่เร็วขึ้น มากกว่าการก้าวเท้ายาว หรือซอยเท้าสั้น ๆ

ดังนั้นนั้น นักวิ่งไม่ควรจะคำนึงถึงระยะการก้าวเท้าหรือการวางเท้าให้มากนัก ให้ใช้ระยะการตามธรรมชาติ แต่ควรจะไปเน้นนักโฟกัสในจุดด้อยในส่วนอื่น ๆ ที่ต้องการจะพัฒนาแทนจะดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อขาที่แข็งแรง การวิ่งที่เร็วขึ้น ไกลขึ้น เพราะการที่ก้าวเท้ายาว หรือสั้นไป นอกจากจะไม่ช่วยให้พัฒนาแล้ว ยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ง่าย เพราะสรีระร่างกายของเราถูกฝืนให้ผิดธรรมชาตินั่นเอง

ฉะนั้น หากใครจะปรับท่าวิ่งเพื่อให้ช่วงเท้ายาวขึ้นโดยเชื่อว่าจะช่วยให้เร็วขึ้น ก็คงต้องทบทวนให้ดี การจะวิ่งให้เร็วหรือไกลขึ้นนั้นยังมีวิธีฝึกซ้อมอีกมากมาย เพื่อให้พัฒนาได้ ที่สำคัญควรคำนึงไว้เสมอว่าการจะวิ่งให้ดีได้นั้น ก่อนอื่นต้องวิ่งอย่างมีความสุขก่อน หากการเปลี่ยนระยะก้าวแล้วทำให้เรารู้สึกไม่สนุกก็อย่าเปลี่ยนดีกว่า


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *